The Path of Heaven : Tadami Line รถไฟสายสวรรค์

การเดินทางที่ใช้เวลานานๆ มักจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ…

แต่ใช้ไม่ได้กับรถไฟสายนี้…

เพราะตลอดสองข้างทางที่รถไฟขบวนนี้วิ่งผ่าน เราจะได้เห็นภาพวิวที่สวยงาม และแตกต่างกันอยู่เสมอ… ถึงแม้ว่าจะง่วงแค่ไหน ก็ไม่อาจละสายตาไปจากวิวที่มองผ่านหน้าต่างไปได้เลย

เรียกว่าเป็นยาแก้ง่วงที่ได้ผลดี ยิ่งกว่ากินกระทิงแดง 10 ขวดรวมกันซะอีก…

และรถไฟสายที่ว่า ก็คือ “Tadami Line”

Tadami Line

รถไฟสายทาดามิ (Tadami Line) เป็นรถไฟของ East Japan Railway Company (JR East) เชื่อมต่อกันระหว่างสถานี Aizu-Wakamatsu จังหวัดฟุคุชิมะ และสถานี Koide จังหวัดนีงะตะ เส้นทางรถไฟสายนี้ มีชื่อเสียงมากเรื่องวิวที่งดงาม โดยเฉพาะในช่วงหิมะ และใบไม้เปลี่ยนสี เรียกได้ว่าถ้ามีการจัดอันดับความสวยงามของทิวทัศน์ รถไฟสายนี้มักจะติดโผอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอ

คราวที่แล้วเรามาในช่วงฤดูร้อน วิวสองข้างทางก็จะเขียว ๆ หน่อย แต่คราวนี้เรามาในช่วงหิมะ มันก็จะขาว ๆ หน่อยอ่ะนะ ซึ่งเราตื่นเต้นมาก เพราะว่าการมาถ่ายรูปรถไฟสายทาดามิท่ามกลางหิมะขาว ๆ เป็นหนึ่งใน Bucket list ลำดับต้น ๆ ของเราเลยนะ

แผนการเที่ยวคร่าวๆ ของเราวันนี้ เราตั้งใจจะไปถ่ายรูปรถไฟ และหมู่บ้าน Ooshi ที่ Kaneyama และไปแช่ออนเซ็นลี้ลับ ที่ Tsurunoyu Hayato Onsen โดยเริ่มออกเดินทางจากเมือง Aizu WAkamatsu จังหวัด Fukushima

วิธีเดินทางจาก Tokyo มา Aizu Wakamatsu

จากสนามบิน Narita Terminal 1 นั่งรถไฟสาย Narita Express (N’EX) มาลงที่สถานี Tokyo แล้วนั่งชินคันเซ็น Yamabiko มาลงที่สถานี Koriyama แล้วเปลี่ยนไปขึ้นสาย JR Ban-etsu-West Line Rapid for AIZU-WAKAMATSU ลงที่สถานี Aizu Wakamatsu

เรามาค้างคืนที่ Aizu Wakamatsu ก่อน 1 คืน เพราะว่าเราจะต้องตื่นนอนตอนตี 4 ครึ่ง เพื่อที่จะไปขึ้นรถไฟให้ทันรอบ 06.00 น. ที่สถานี Aizu-Wakamatsu ไปยังสถานีปลายทาง Aizu-Kawaguchi ถ้าไม่ทันรอบนี้ แผนทุกอย่างที่วางไว้ อาจจะต้องคลาดเคลื่อนไปหมด เพราะว่ารถไฟสายนี้ มีรอบต่อวันน้อยมาก

ออกมาจากโรงแรมก็แอบตกใจ หิมะยังไม่หยุดตกตั้งแต่เมื่อคืนเลยค่ะคุณขา… นี่กลัวมากว่ารถไฟจะหยุดวิ่งเพราะหิมะตกหนัก

แต่โชคก็เข้าข้าง เพราะวันนี้ ไม่มีเหตุการณ์ดีเลย์หรือยกเลิกใด ๆ ทั้งสิ้น

มาถึงคนแรก ๆ ของขบวนเลย แต่หลังจากนี้คนก็ทยอยมาขึ้นเรื่อย ๆ นะ แอบส่องดูแต่ละคนพกกล้องกันมาแบบเทพ ๆ คาดว่าน่าจะเตรียมมาถ่ายรถไฟกันเต็มที่

นั่งมาเรื่อย ๆ หิมะก็หยุดตก และสิ่งที่ฟินที่สุดในขณะนั้นคือ แสงอาทิตย์ได้เริ่มสาดส่อง จนเกิดเป็นแสงหวาน ๆ แบบนี้

อย่างที่กล่าวไว้ว่า รถไฟสายนี้ เป็นเส้นทางที่มีวิวสวยงามมากที่สุดที่หนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งวันนี้เราก็ได้พิสูจน์ด้วยตาของตัวเองแล้วว่า มันงดงามราวกับอยู่ในเทพนิยาย งามปะล้ำปะเหลือ ภาพที่ถ่ายมายังเก็บความสวยงามได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เลยด้วยซ้ำ

ความหฤหรรษ์ตลอดเส้นทาง วางกล้องไม่ลงเลยทีเดียว

นั่งรถมาประมาณกว่า 2 ชั่วโมง ก็ถึงสถานี Aizu-Kawaguchi ที่เมือง Kaneyama

ภายในสถานี Aizu-Kawaguchi จะมีบอร์ดให้ติดสติ๊กเกอร์สำหรับผู้มาเยือนแต่ละประเทศ จากที่เห็น ไต้หวันนำโด่งแบบม้วนเดียวจบ ส่วนประเทศไทยเรา ต้องเร่งสปีดนิดนึง…

หน้าตาสถานี Aizu-kawaguchi เป็นแบบนี้ ข้างในนอกจากจะมี Tourist Information แล้ว ยังจะเป็นจุดจำหน่ายตั๋วรถบัส ไปยังสถานที่ต่าง ๆ อีกด้วย

หลังจากนั้น เราก็ออกจากสถานี ไปที่จุดชมวิว เพราะต้องการที่จะไปให้ทันถ่ายรูปรถไฟทาดามิรอบ 08:33 – 08:39 ซึ่งจุดถ่ายรูปรถไฟทาดามิที่เราตั้งใจไปในวันนี้ จะมีทั้งหมด 2 จุดด้วยกัน โดยจุดแรกที่เราจะไป คือจุดที่ไกลที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุดเช่นกัน ระยะทางจากสถานี Aizu-kawaguchi ไปจุดชมวิวนี้ ก็ประมาณ 750 เมตร ดูนาฬิกาแล้ว เรามีเวลาประมาณ 20 นาที สำหรับเดินไป เอาล่ะ เริ่ม..!!

พิกัด https://goo.gl/maps/4StKwb6qYpeD3f6D6

Kaneyama เป็นเมืองที่เล็กกว่าที่คิด ยิ่งช่วงเช้าๆ นี่ วิวโดยรอบสถานี ดูเหงา ๆ เศร้าสร้อยพิกล

เห็นคนกำลังเดินอยู่ไกล ๆ คาดว่าจะต้องมาถ่ายรูปที่จุดชมวิวเหมือนกันแน่ ๆ เลย ว่าแล้วก็ตามเค้าไปดีกว่า…

ระหว่างทาง ก็จะเจอสะพานข้ามแม่น้ำทาดามิอยู่ เราปรี่เข้าไปถ่ายรูปอย่างไว

วิวบนสะพานนี้สวยจริงอะไรจริง แต่ถ้าจะมาเที่ยวช่วงหิมะ ก็ต้องระมัดระวังกันนิดนึง เพราะว่าหิมะที่ทับถมบนโครงเหล็กของสะพาน บางทีก็อาจจะร่วงมาโดนหัวเราได้… แรก ๆ เราเดินลั๊ลลาแบบไม่คิดอะไร จู่ ๆ หิมะกองเบ่อเร่อก็ร่วงหล่นลงมา ถัดจากเราไปประมาณ 10 เมตรเองค่ะคู้ณ… เรางี้รีบแจ้นหางจุกตูดออกจากสะพานทันที…

ตรงสะพานนี้ ก็สามารถถ่ายรูปรถไฟได้ด้วย แต่อาจจะไม่นิยมเท่ามุมอื่น โดยส่วนตัวเราว่ามุมนี้ก็ได้อยู่นะ

เดินมาถึงจุดชมวิวแล้ว สองคนที่เราเดินตามมาก็จับจองพื้นที่กันเสร็จสรรพ เราก็เดินหามุมของเราเอง

รอไปรอมา เราก็ชวนเค้าคุยซะงั้น ปกติแล้วเราเป็นคนขี้อาย แต่พออยู่ต่างประเทศนี่ ความกล้ามันพลุ่งพลานขึ้นมาเชียว

จากการคุย ทำให้เรารู้ว่าทั้งสองคนนี้เป็นชาวไต้หวัน แล้วเค้ายังบอกอีกว่า ที่ไต้หวัน จังหวัดฟุคุชิมะ ค่อนข้างเป็นที่รู้จักพอตัวเลยนะ มิน่าล่ะ รถไฟสายนี้ คนไต้หวันเพียบเลย…

จุดชมวิวตรงนี้ มีดีอะไร ?

จุดชมวิวตรงนี้จะมองเห็นหมู่บ้านโอชิ (Ooshi Village) ที่อยู่เลียบริมแม่น้ำทาดามิ โดยมีภูเขาลูกใหญ่ ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง พร้อมทั้งยังสามารถเห็นรถไฟทาดามิวิ่งผ่านได้อีกด้วย…

อ่ะซูม… ตากล้องสายแลนด์น่าจะถูกใจที่นี่เป็นพิเศษ เพราะว่ายิงรูปมันส์มาก…

สำหรับรอบรถไฟที่จะผ่านบริเวณจุดนี้ เราใช้วิธีการค้นหารอบรถจากเว็บ http://www.hyperdia.com/en/

โดยจุดนี้ จะอยู่ระหว่างสถานี Aizu-nakagawa และ Aizu-kawaguchi เราก็เสิร์ชเอาเลยว่า เวลาที่รถไฟจะผ่านมีเวลาไหนบ้าง ทั้งขาไป ขากลับ โดยเราสรุปรอบรถซึ่งอ้างอิงจากเว็บ Hyperdia ได้ดังนี้

Aizu-nakagawa Station – Aizu-kawaguchi Station

08:02 – 08:08 / 09:44 – 09:50 / 15:05 – 15:11 / 19:17 – 19:23 / 22:36 – 22:42 / 00:10 – 00:16

Aizu-kawaguchi Station – Aizu-nakagawa Station

05:16 – 05:22 / 06:51 – 06:57 / 08:33 – 08:39 / 12:17 – 12:24 / 15:33 – 15:39 / 19:44 – 19:50

ไม่กี่อึดใจ พระเอกของเราก็ผ่านมาให้เห็น นางมาแบบเงียบ ๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย… เพราะฉะนั้น ต้องเตรียมตัวให้ดี

เสียดาย ที่ยังเช้าไปนิด แสงเลยดูเน่าๆ พิกล คาดว่าช่วงที่สวยน่าจะเป็นช่วงเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

หลังจากเก็บรูปตรงจุดนี้แล้ว เราก็ร่ำลาชาวไต้หวันทั้งสองคน แล้วเดินมาที่จุดถัดไป มุมถ่ายรถไฟตรงจุดนี้จะอยู่ริมถนนเลย ยืนถ่ายไป ก็เสียวรถจะเฉี่ยวไป แต่ระหว่างนั้น จู่ ๆ ฟ้าก็เปิด กรี๊ดดด..

แต่พอรถไฟมาจริง กลับมีเมฆมาบังซะงั้น

สำหรับจุดนี้ สามารถถ่ายรถไฟได้ถึงสองมุมเลยนะ โดยที่มุมแรกจะถ่ายหน้าขบวน หลังจากรถไฟผ่านเราไปแล้ว ก็ให้กลับหลังหัน แล้วถ่ายที่ท้ายขบวน เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้รูปรถไฟที่แตกต่างกันแล้ว

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการถ่ายรูปรถไฟ เราก็มีเวลาเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองนี้กว่า 2 ชั่วโมง สิ่งที่ทำได้ตอนนั้นก็คือ เดินถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ชิลล์ ๆ บางทีก็หลบไปชาร์จแบตมือถือที่สถานีรถไฟบ้าง เพราะว่าอากาศหนาว ทำเอามือถืออ๊องๆ และดับบ่อยมาก…

 

พอเริ่มสาย ๆ ก็เห็นผู้คนเยอะขึ้น ส่วนใหญ่จะออกมากวาดหิมะที่หน้าบ้านกัน

ภาพนี้ถ่ายตรงสะพาน Kawaguchi Bridge ของจริงสวยอยู่นะ เราถ่ายเก็บไว้เยอะเลย

เดินไปเดินมา ท้องก็ร้องซะละ ก็ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนี่นา เราพยายามเดินหาร้านอาหาร แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีร้านไหนที่เปิดบริการเลย ด้วยความหนาวบวกกับความหิว เราจึงเดินเข้าไปสอบถามที่ร้าน Ofukuro ถึงแม้จะยังไม่ถึงเวลาร้านเปิดเลยก็ตาม

เปิดร้านเข้าไป เจอคุณลุงคนหนึ่ง กำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวน้ำซุปอยู่ เราเลยถามไปว่า “ร้านเปิดรึยังครับ” ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี คุณลุงก็พูดภาษาญี่ปุ่นขึ้นมาชุดใหญ่ พร้อมกับเชิญชวนให้เข้ามาในร้าน จับใจความได้ว่า “ร้านยังไม่เปิดหรอกนะ แต่มานั่งรอในร้านได้”

Ofukuro (Minshuku & Shokudo)

 เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 17.00 น.

พิกัด https://goo.gl/maps/3m5Z4UkfwJUTzaGS9

บรรยากาศในร้าน เหมือนกับบ้านคนทั่วไป มีเตาผิงอุ่น ๆ ให้นั่งแอบอิง คลายความหนาวไปได้เยอะเลย

เราใช้วิธีสั่งอาหาร โดยการจิ้ม แล้วก็ได้ ราเมนโชยุ และข้าวหมูทอดทงคัตสึ มา โดยชุดนี้ราคาอยู่ที่ 880 เยน

ถ้าจะถามเรื่องรสชาติน่ะเหรอ มันอร่อยมากกกก…

นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในร้านอาหาร จนเจ้าของร้านเริ่มเขม่น ก็ได้เวลาที่จะต้องไปขึ้นรถไฟแล้ว พอเดินออกจากร้านมาเท่านั้นแหล่ะ แสงแดดก็แยงตาขึ้นมาทันที

ฟ้าใสมากกกกก…

วิวระหว่างทาง แดดจ้าแสบตามาก ถ่ายอะไรก็สวยไปหมด ขนาดรถโม่ปูน ก็ยังสวย…

เรานั่งรถไฟต่อมาลงที่ Hayato Station สถานีที่เค้าบอกต่อกันมาว่า เป็นสถานีที่เงียบเหงาที่สุดสายหนึ่งของเส้นทางรถไฟทาดามิ เหตุเพราะว่าชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงสถานีนั้น น้อยมาก… น้อยจนบางทีเราก็แอบหวั่นใจว่าเค้าจะจอดให้เราลงมั๊ย..?

แต่ถึงผู้คนจะใช้บริการน้อยเท่าหยิบมือ สถานีนี้ก็มีจุดขายตรงวิวที่สวยจัด เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ริมโค้งแม่น้ำทาดามิ ทำให้เห็นวิวได้กว้างไกล แถมยังสามารถถ่ายรูปขบวนรถไฟได้อย่างใกล้ชิดอีกต่างหาก

แต่… ไอ้ครั้นจะลงมาถ่ายรูปรถไฟอย่างเดียว ก็ดูจะทุ่มเทเกินไปหน่อย เราก็เลยต้องหาอะไรเที่ยวแถว ๆ นั้นด้วยซิ

Hayato Onsen Tsurunoyu

Hayato Onsen Tsurunoyu ตั้งอยู่ในเมืองมิชิมะ (Mishima) จังหวัดฟุคุชิมะ เป็นออนเซนสมุนไพรเก่าแก่ ที่ได้รับการกล่าวขานว่า เปิดให้บริการมากว่า 1,200 ปี และสรรพคุณของออนเซนที่นี่ ก็สามารถช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด

จุดเด่นของที่นี่คือ บ่อออนเซนกลางแจ้ง ที่สามารถชมวิวแม่น้ำทาดามิได้ทุกฤดู และจุดขายนี้แหล่ะ ที่ทำให้เราตัดสินใจมาที่นี่

หลังจากที่ลงสถานี Hayato Station ให้เดินมาอีก 750 เมตร

พิกัด https://goo.gl/maps/DSMspFEqu1Pir6U27

พอลงจากรถไฟแล้ว ให้เดินตรงมาเข้าที่อุโมงค์ได้เลยนะ มีฟุตบาทให้เดิน ไม่ลำบาก ไฟก็สว่างไสวดี แต่อาจจะตื่นเต้นกับเสียงรถนิดนึง…

ระหว่างทางเดิน จะมีช่วงที่ทางลาดเดินลงเนิน มาในช่วงหิมะอย่างนี้ ก็ต้องเดินกันด้วยความระมัดระวัง เพราะพื้นบางช่วงจะลื่นมาก…

ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที ก็มาถึงแล้วจ้า Hayato Onsen Tsurunoyu

หลังจากนั้น ให้เดินไปกดลิฟท์ ลงไปที่ชั้น 1 ได้เลย

วิธีใช้บริการของที่นี่ จะมีตู้หยอดเหรียญ แล้วเลือกว่าจะใช้บริการอะไร ซึ่งมีแต่ภาษาญี่ปุ่นล้วน ๆ เราเลยให้พนักงานมาช่วย โดยค่าบริการสำหรับแช่ออนเซ็น อยู่ที่ 500 เยน และค่าผ้าเช็ดตัว 200 เยน ใช้เสร็จแล้วนำกลับได้เลย แต่ถ้านำมาเองก็ไม่ต้องเสีย

จะมีตู้ล็อคเกอร์บริเวณทางเข้าของบ่อออนเซ็น ต้องหยอดเหรียญ 100 เยนสำหรับใช้บริการ แต่ถ้ากลับมาเอาของคืน ตู้นี้ก็คืนเงิน 100 เยนให้นะ ไม่ได้เก็บไป

บ่อน้ำร้อนที่นี่มีทั้งแบบในร่ม และกลางแจ้ง สีของน้ำจะออกสีน้ำตาล และมีกลิ่นฉุนของกำมะถันนิด ๆ ส่วนอุณภูมิของน้ำ ขอบอกเลยว่า ร้อนสะใจดีมาก… เราเริ่มแช่บ่อในร่มก่อน แค่จุ่มเท้าลงไปก็ถึงกับร้องจ๊าก..! กลั้นใจแช่ลงไปทั้งตัวได้แป๊บเดียว ก็ขอยอมแพ้…

วิวคือดีงาม ไม่แน่ใจว่าสามารถเปิดบานเลื่อนได้มั๊ย..?

หลังจากนั้น เราลองเปลี่ยนมาแช่ข้างนอกดูบ้าง คิดว่าอุณภูมิของน้ำข้างนอก น่าจะไม่ร้อนจนเกินไปเหมือนบ่อข้างในร่ม

ปรากฏว่า น้ำร้อนไม่ต่างกันเลยค่ะคุณขา…

แต่อย่างน้อย ก็มีสิ่งที่ช่วยทำให้ลืมอุณภูมิของน้ำไปได้ วิวที่อยู่ข้างหน้ามันสวยมากกกก… สวยไปหมดทุกสิ่งอย่าง สีของแม่น้ำทาดามิก็สวย หิมะก็สวย บ้านคนก็สวย..?

ห๊ะ..! อะไรนะ… ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำนี่มันบ้านคนหรอกเหรอ 555+

ตอนแรกก็รู้สึกเขิล กลัวว่าจะมีคนมาส่อง แต่แช่ไปนานเข้า ก็ไม่ได้คิดอะไร แหม…ก็วิวดีซะขนาดนี้ จะหนีหายไปก็ใช่เรื่อง ไหน ๆ มาแล้วต้องเอาให้คุ้ม…

หลังจากที่แช่จนตัวเปื่อยแล้ว ก็มานั่งพักได้ที่บริเวณห้องโถง ซึ่งมีทั้งหมด 2 ชั้น ขอบอกว่าวิวดีทั้ง 2 ชั้น ฮีทเตอร์ก็อุ่น จนถึงขั้นร้อนเลยทีเดียว

ตอนแรกเราว่าจะนั่งรอเวลาที่นี่ แต่ก็เปลี่ยนใจ เพราะนึกขึ้นได้ว่าระหว่างทางที่เดินเข้ามา แอบเห็นบ้านหลังหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ลักษณะท่าทางจะเป็นร้านกาแฟ แถมอยู่ติดริมแม่น้ำอีกต่างหาก ว่าแล้วก็ลองไปดูดีกว่า

Tsuruno IORI Cafe

Tsuruno IORI Cafe เป็นร้านกาแฟสไตล์ Country Scandinavian โดยใช้ไม้สนมาตกแต่งร้านแบบดิบ ๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น แม้อากาศข้างนอกอุณหภูมิจะติดลบอยู่ก็ตาม

จุดเด่นของร้านคือ ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำทาดามิเลย เราสามารถจิบกาแฟ พร้อมกับลิ้มรสความสวยงามของวิวที่อยู่ตรงหน้าได้ในเวลาเดียวกัน

พิกัด https://goo.gl/maps/7566W4TaCgPfmqE87

ร้านนี้จะอยู่ถัดจากออนเซ็นไปเพียงไม่กี่เมตร ให้เดินเลาะไปข้าง ๆ ออนเซ็นได้เลย

หน้าตาของร้าน Tsuruno IORI Cafe ถ้าหิมะไม่ตก จะสามารถเดินเข้าร้านมาตามถนนได้

ที่นี่ จัดว่าเป็นร้านกาแฟวิวเทพที่สุดแห่งนึงเลย… เมื่อก่อนหน้าร้านจะมีระเบียงยื่นออกไป สามารถจิบกาแฟกลางแจ้งได้ แต่ด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่รู้ ตอนนี้ระเบียงได้อันตรธานหายไปแล้วจ้า… เสียใจ…

บรรยากาศภายในร้าน ที่ดูอบอุ่น …

หลังจากที่เราจิ้ม ๆ เมนูภาษาญี่ปุ่นไป ก็ได้ถ้วยนี้มา… แต่ด้วยความที่เราไม่ใช่คอกาแฟ ก็เลยอธิบายไม่ถูกว่ารสชาติดีมั๊ย เพราะสำหรับเรา กาแฟทุกชนิดคือยาขม…

ราคากาแฟถ้วยนี้ อยู่ที่ 440 เยน

รูปนี้พอจะแอ๊บได้ว่า มาเที่ยวแถบสแกนดิเนเวียได้มั๊ยนะ..?

ออกมาถ่ายข้างนอกดูบ้าง… #กาแฟแก้วเดียวเปรี้ยวได้ทุกมุม…

วิวแบบนี้ แม้จะไม่ชอบกินกาแฟ แต่พี่ก็นั่งได้ทั้งวัน…

ส่วนอันนี้ เราเห็นอยู่ตรงระเบียงข้างนอก หีบห่อเหมือนขนมเทียนบ้านเรายังไงอย่างงั้น… ไม่ได้ไปถามเค้านะว่าคืออะไร เพราะแค่สั่งกาแฟยังแทบจะไปไม่รอดเลย

วิวข้างนอก คือดีย์… ลืมหนาวไปเลย…

นั่งผิงไฟอยู่นาน ก็ได้เวลาที่จะต้องขึ้นรถไฟกลับแล้ว ถ้าพลาดขบวนนี้ไป คงได้อยู่ช่วยเค้าปิดร้านเป็นแน่แท้

เราเดินกลับมาขึ้นรถไฟที่สถานี Hayato เหมือนเดิม เพื่อที่จะขึ้นรถไฟรอบ 15.57 น. กลับไปยังเมือง Aizu Wakamatsu

สังเกตว่า เราเป็นสิ่งมีชวิตหนึ่งเดียวที่สถานีนี้

แล้วรถไฟก็มา ตรงเวลาเป๊ะ! เรางี้รีบโบกไว้ก่อน กลัวนางไม่จอด…

แล้วก็กลับมาถึงเมือง Aizu ได้อย่างปลอดภัย ถ่ายรูปรถไฟไว้เป็นที่ระลึกเสียหน่อย… รู้สึกขอบคุณที่วันนี้รถไฟไม่เลทไม่งอแง…

ส่งท้ายก่อนที่จะจบรีวิวนี้ ด้วยภาพที่เราถ่ายระหว่างทางที่นั่งรถไฟกลับไปยังเมือง Aizu Wakamatsu ในขณะที่พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า… ภาพนี้เป็นภาพที่เราชอบที่สุด มันไม่ใช่ภาพที่สวยดีเด่อะไร แต่เราชอบโมเมนต์ตอนที่เราถ่ายขณะนั้น เพราะรอบข้างเรา เต็มไปด้วยผู้คนที่แหกขี้ตาตื่นมาแต่เช้า เพื่อมาถ่ายรูปรถไฟทาดามิ และดูเหมือนว่าแต่ละคน จะได้ภาพที่สวยสมใจกลับมา สังเกตุได้จากรอยยิ้มบนใบหน้าขณะกดดูรูปจากกล้อง บางคนมีการแชร์รูปกันดู ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักกัน ชาวไต้หวัน(อีกแล้ว)ที่นั่งตรงกันข้ามกับเรา ก็ขอดูรูปที่เราไปถ่ายมาด้วย จนได้ทำความรู้จักกัน และแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวของแต่ละคนอย่างสนุกสนาน…

นอกจากรถไฟสายทาดามิ จะเป็นเส้นทางรถไฟที่วิวสวยที่สุดแล้ว ยังเป็นรถไฟที่อบอวลไปด้วยความสุขที่สุดอีกด้วยนะเออ…

Leave a Reply