Snow Monsters at Mt.Moriyoshi in Akita : ปิศาจหิมะ แห่งจังหวัดอาคิตะ

วันนี้เราจะชวนไปดูปิศาจหิมะ Snow Monsters ที่จังหวัด Akita กัน

หลายคนอาจรู้จักหรือคุ้นเคยกับการไปดู Snow Monsters หรือ Juhyo (จูเฮียว) บริเวณเทือกเขา Zao ที่อยู่ระหว่างจังหวัด Miyagi กับจังหวัด Yamagata …แต่จริง ๆ แล้ว เจ้าปีศาจหิมะที่ญี่ปุ่นนั้น มีให้ชมได้อยู่ประมาณ 2-3 พื้นที่ด้วยกันนะ โดยในวันนี้เราจะพาไปชมกันที่ภูเขา Moriyoshi (โมริโยชิ) จังหวัด Akita กัน

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าปีศาจหิมะกันก่อน ถ้าแปลกันตรง ๆ ตัว 樹氷 (จูเฮียว) ก็จะแปลว่าต้นไม้น้ำแข็ง.   (樹=ต้นไม้, 氷=น้ำแข็ง) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาดูได้ค่อนข้างยากมาก เพราะปัจจัยในการที่จะทำให้เกิดจูเฮียวได้นั้น มีเงื่อนไขประกอบกันอยู่หลายอย่าง ทั้งเรื่องของ พันธุ์ไม้ ที่ต้องเป็นต้นสนขนาดใหญ่ ที่มีใบเขียวตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่บนพื้นที่ภูเขาสูง ปริมาณของหิมะที่ตกลงมา รวมถึงกำลังแรงของลมหนาวที่พัดมาอย่างสม่ำเสมอ เป็นระยะเวลาที่ต่อเนื่อง ถึงจะทำให้เกิดเป็นเจ้าปีศาจหิมะขนาดใหญ่ให้เราได้ยลโฉมกันได้…

ยิ่งถ้าวันไหนอากาศเป็นใจ ท้องฟ้าเปิด แดดดี ๆ ที่นี่จะสวยจนแทบจะหยุดหายใจเลยค่ะคุณขา…

*ภาพจากอินเตอร์เนต

 

ช่วงเวลาในการเปิดให้ชม : ต้นเดือนมกราคม – ต้นเดือนเมษายน

 

การเดินทางไปหุบเขา Moriyoshi เพื่อไปชม Snow Monsters

นั่งรถไฟ

⁃ จากสถานี Akita นั่งชินคันเซนขบวน Komachi ไปลงที่สถานี Kakunodate

⁃ ต่อ Local Line สาย Akita Nairiku จากสถานี Kakunodate ลงที่สถานี Aniai (มีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจาก JR pass 320 เยน ต่อเที่ยว)

 

ต่อแชร์แท๊กซี่

⁃ หลังจากนั้น นั่งแชร์แท็กซี่ไปที่สถานีเคเบิ้ลคาร์ Ani Ski Resort (มีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจาก JR pass) เนื่องจากรถวิ่งเป็นรอบเวลา ควรทำการจองรอบรถไป-กลับด้วย สามารถแจ้งที่เจ้าหน้าที่ที่สถานี Kakunodate สาย Local line ได้เลย หรือติดต่อโดยตรง

Shuttle Taxi   Tel : 0186-82-3115

รอบเวลารถแท็กชี่ขาไป จากสถานี Aniai ไป Ani Ski Resort

08.20 , 09.20 , 10.50 , 11.40 , 12.30 , 13.45

รอบเวลารถแท็กชี่ขากลับ จาก Ani Ski Resort ไปสถานี Aniai

12.05 , 13.00 , 14.30 , 15.45

 

ขึ้นเคเบิลคาร์

⁃ ต่อเคเบิ้ลคาร์ ขึ้นไปยังด้านบน (ใช้เวลาประมาณ 25 นาที) และเดินเท้าตามเส้นทางโดยจะมี Staff เป็นคนนำทางตลอดเส้นทาง

มี Mt. Moriyoshi Sightseeing Pass (Winter) เป็น Pass ที่เหมารวมค่าแท็กซี่ และ เคเบิ้ลคาร์ไป-กลับ ในราคาผู้ใหญ่ 4,800 เยน เด็ก 2,400 เยน สามารถซื้อได้ที่สถานี Kakunodate ฝั่ง Local line สาย Akita Nairiku

สามารถสอบถามข้อมูลพร้อมเช็คว่า Ani Ski Resort เปิดให้บริการหรือไม่ได้ที่ Tourist Information Center ที่สถานี Akita หรือติดต่อโดยตรง

Ani Ski Resort Tel : 0186-82-3311

พิกัด : https://goo.gl/maps/E3Lg263GVV32

 

ร่ายมาซะยืดยาว เหมือนจะเดินทางยุ่งยากลำบาก… แต่เอาเข้าจริง ไม่ได้ยากเลยนะ แถมระหว่างทาง วิวสวยมาก นั่งเพลินจนลืมเวลาเลยล่ะ… ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาเที่ยวกันเลย…

 

เราเริ่มเดินทางจากสถานี Akita แล้วนั่งรถไฟไปที่สถานี Kakunodate

 

หลังจากที่มาถึงสถานี Kakunodate แล้ว ออกมาจากตัวอาคารสถานี ให้เดินมาทางขวามือ จะเจอกับทางเข้าของ Akita Nairiku Line ซึ่งเป็นรถไฟ Local line ที่จะพาเราไปยังสถานี Aniai เป็นสถานีที่เล็กและลึกลับมาก ๆ ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นแค่ทางเข้าห้องน้ำ 5555

 

ภายในสถานี สามารถซื้อ Pass พร้อมจองรอบเวลารถแท็กซี่กับเจ้าหน้าที่ได้เลย มีป้ายโฆษณาชัดเจน

 

จากสถานี Kakunodate ไปสถานี Aniai ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

 

โฉมหน้าของ Mt.Moriyoshi Sightseeing Pass (Winter) ใช้เดินทางขึ้นแท็กซี่ และเคเบิ้ลคาร์ ที่จะพาเราไปชมเจ้า Snow Monster

 

ส่วนนี่คือค่าตั๋วรถไฟสาย Akita Nairiku Line ต่อเที่ยว ที่ต้องจ่ายเพิ่มนอกเหนือจาก Pass ราคา 320 เยน

 

ตอนที่มาถึงสถานี เป็นเวลาที่รถไฟขบวนนี้กำลังจะออก พนักงานรีบพาเราวิ่งไปขึ้นรถไฟ เลยไม่ทันได้ถ่ายรูปเจ้ารถไฟขบวนนี้เลย ขึ้นมาก็เจอกับคนเกือบเต็มขบวน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน แต่นั่งไปซักพัก กลุ่มทัวร์จีน ก็ลงที่สถานีระหว่างทางจนเกือบหมด บรรยากาศภายในรถค่อนข้างอบอุ่น เพราะเป็นรถไฟขบวนเล็กที่มีเพียงตู้เดียว

 

รถไฟขบวนนี้ ตกแต่งด้วยภาพถ่ายของเจ้าน้องหมาอาคิตะ อยู่เต็มไปหมด… เห็นแล้วก็หมั่นเขี้ยว อยากจะเข้าไปฟัดซักทีสองที…

 

บรรยากาศ 2 ข้างทางของเส้นทางรถไฟ Akita Nairiku Line นั้นสวยมาก ๆ เส้นทางนี้ได้รับการจัดอันดับเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลยนะ…

 

และแล้วก็มาถึงสถานีปลายทางของพวกเราสถานี Aniai อะนิไอ

 

โฉมหน้าขบวนรถไฟของเรา เป็นขบวนเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก ๆ

 

ออกมาที่ด้านนอกสถานี ตัวอาคารกำลังปรับปรุงใหม่ สถานีดูใหญ่โตโอ่อ่า

 

เรามาถึงก่อนเวลา เลยเข้าไปถามข้อมูลในร้านค้าที่อยู่ด้านหน้าสถานี เค้าบอกว่าให้รอรถแท็กซี่ที่นี่ พร้อมกับขอดู Mt.Moriyoshi Sightseeing Pass หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ยื่นเจ้าสิ่งนี้มาให้ เป็นของที่ระลึก…น่ารักดีใช่มั๊ย…?

 

รออยู่ซักครู่ใหญ่ เจ้าหน้าที่ก็เดินมาตามให้ไปขึ้นรถ

อ้าว…ไหงเป็นรถตู้ !!!

ความจริงมันคือ รถตู้ที่มาในรูปแบบของ แชร์แท็กซี่นั่นเอง คนขับรถจะเช็คชื่อ พร้อมสอบถามรอบเวลาที่เราจะนั่งกลับมาด้วย เสร็จแล้วก็ขึ้นไปนั่งรอได้เลย รอบนี้มีสมาชิกขึ้นมานั่งกับเราด้วยประมาณ 4-5 คน ถือว่าน้อยมาก ๆ

 

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที รถตู้ก็พาเรามาถึง Ani Ski Resort จอดส่งเราตรงสถานีเคเบิ้ลคาร์เลย

 

ด้านหน้าอาคารมีจุดให้ถ่ายรูปได้ด้วย ห้องกระจกข้างหลังป้ายตรงนั้นเป็นห้องของน้องหมาอาคิตะ เจ้าถิ่นของอะนิสกีรีสอร์ตแห่งนี้ แต่เสียดาย ช่วงที่เราไปถึงน้องไม่อยู่ เจ้าหน้าที่คงพาออกไปเดินเล่น… อดเจอกันเลย

 

ขึ้นบันไดมาที่ชั้น 2 จะเป็นส่วนของจุดปล่อยเคเบิ้ลคาร์… คนน้อยมาก เห็นจำนวนคนมาใช้บริการแล้วแอบสะเทือนใจ…

 

ระยะทางจากจุดเริ่มต้น สู่ยอดเขาค่อนข้างไกล ใช้เวลาประมาณ 25 นาที  แต่ตลอดทางจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับวิว 2 ข้างทาง ที่เต็มไปด้วยต้นสน สูงใหญ่ละลานตา  ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ได้ไกลเลยซักนิด…มัวแต่ร้องอู้หู…โอ้โห…อ้าหาาาา แป๊บเดียวก็ถึงด้านบน

 

ยิ่งขึ้นมาสูง ต้นไม้ก็ยิ่งดูสวยมากขึ้น จากหิมะที่จับตัวบนต้นไม้ บางช่วงเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งที่เกาะตัวบนต้นไม้ที่ไร้ใบ ดูเหมือนเป็นต้นไม้แก้วในการ์ตูนเรื่อง Frozen ยังไงยังงั้น… คิดแล้วก็อยากจะลงไปเดินเฉิดฉายท่ามกลางต้นไม้เหล่านี้แล้วร้องเพลง Let it go ประหนึ่งวิญญาณเอลซ่า มาเข้าสิง

#ปลุกความเป็นเจ้าหญิงในตัวคุณ

 

และแล้วก็ขึ้นมาถึงจนได้ สถานีปลายทาง หนาวมาก ๆ

 

เมื่อลงจากเคเบิ้ลคาร์แล้ว จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาสอบถามรอบเวลารถแท็กซี่ขากลับก่อน เพื่อจะคำนวนเวลาในการเดินชม Snow Monster ให้เรา พร้อมให้เราเปลี่ยนรองเท้าบู้ทยาง ที่มีเตรียมไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยว

การเดินชม Snow Monsters ของที่นี่นั้น เราไม่สามารถเดินเที่ยวเองได้ จะมีไกด์เป็นคนพาเราไป ซึ่งต้องเดินจากสถานีเคเบิ้ลคาร์ ตามทางขึ้นเขาไปอีกประมาณ 500 เมตร ถึงจะเป็นจุดเริ่มต้นจริง ๆ ของเจ้า Snow Monsters

 

การเดินบนเนินเขาที่มีความชัน แถมด้วยหิมะหนา ๆ นี่มันช่างเหนื่อยยิ่งนัก ทุกก้าวที่เดินขึ้น มันคอยจะไถลลงอยู่ตลอดเวลา กว่าจะฝ่าฟันขึ้นมาถึงจุดเริ่มต้นนี่ก็เหนื่อยแทบขาดใจ… แถมไกด์ก็นะ ช่างมีมนุษยสัมพันธ์ดี๊ดีย์ พยายามชวนคุยตลอดเวลา… จนเราต้องหันไปตอบว่า ขอพักหายใจก่อนนะ…ไม่ไหว จะตายละจ้า..!!!

 

มาถึงจุดแรก ไกด์ก็จัดแจงบอกให้เราเข้าไปนั่งตรงนั้น พร้อมถ่ายรูปให้เสร็จสรรพ ดูความสูงของเจ้าปีศาจหิมะเมื่อเทียบกับตัวคนสิ อลังการงานสร้างมาก ๆ

 

พอถ่ายรูปให้เราเสร็จ ไกด์ก็หันมาบอกเราว่า

“ยูมีเวลาเดินเล่นแถวนี้แค่ 5 นาทีนะ เดี๋ยวต้องกลับแล้ว เพราะจะไม่ทันรอบรถ!!!”

สิ้นสุดคำพูด เสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด ความรู้สึกตกใจประดังประเดเข้ามาทันที

“5 นาที!!…จะบ้าหรอ แค่เดินไปฉี่ก็หมดเวลาแล้ว.. ชั้นยังไม่ได้ถ่ายรูปเจ้า Snow Monsters แบบในรูปโปรโมทเลย ที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็มีอยู่หรอมแหรมไม่กี่ต้น…!!” (อันนี้คิดในใจนะ ไม่ได้โพล่งออกมา…)

ตั้งสติได้ก็รีบกวาดสายไปหาจุดที่มันเป็นลานกว้าง ๆ แต่… มันอยู่ด้านบนยอดเขานู่น… พอคิดได้ก็ตาลีตาเหลือกรีบวิ่งไต่บันไดหิมะ ความชันประมาณ 45 องศา ก้าวทีก็ไหลที มันเป็นอะไรที่เหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยที่สุดในชีวิต เหนื่อยจนอยากจะถอนใจหันหลังกลับเลยซะเดี๋ยวนั้น…

แต่ด้วยความกลัว ที่จะไม่ได้ภาพสวย ๆ เอาไปลงโปรไฟล์เฟซบุ๊ค… สติก็กลับคืนมา เลยฮึดสู้ ปีนขึ้นมาจนได้… พอมาเห็นวิวก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

 

หันไปมองด้านล่าง ปรากฏว่า เพื่อนที่มาด้วย นางถอดใจตั้งแต่ขั้นที่ 3 แล้วจ้า… นางได้แต่ยืนมองเราตาปริบ ๆ โถ แม่คุณ…

 

วันที่เรามา แม้สภาพอากาศจะไม่เลวร้าย แต่ก็เสียดายที่เมฆเยอะไปหน่อย แต่บางช่วง ฟ้าก็เปิดให้เราได้ภาพสวย ๆ มาบ้าง

 

อยากจะบอกว่า มันสวยมากจริง ๆ นะ มันแปลกตา เป็นความขาวที่มีมิติ ไม่อยากจะนึกภาพว่าถ้าเข้าไปถึงจุดด้านในจะสวยขนาดไหน….เสียใจที่มีเวลาน้อยไป

#โพสรูปรัว ๆ แบบไม่กลัวความหนาว…

 

มาถึงที่แล้วก็ต้องถ่ายไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อย… ที่หยีตาข้างเดียวไม่ได้จะแอ็คใด ๆ หน้าตาของคนเหนื่อยขาดใจ มันเป็นแบบนี้นี่เอง…

 

ที่หุบเขา Moriyoshi แห่งนี้ ไม่ได้มีแค่การมาดู Snow Monsters เพียงอย่างเดียวนะ… แต่ที่นี่ยังเป็นสกีรีสอร์ทอีกด้วย แถมวิวตรงหน้ายังสวยงามแปลกตา ราวกับอยู่บนสวรรค์ยังไงยังงั้น…

 

สถานีกระเช้า สำหรับนักสกี อยากลองนั่งดูบ้าง แต่ไม่มีเวลาอ่ะ… เสียดาย…

 

เนี่ยเธ๊ออออ…ทางที่เราเดินขึ้นไปตอนขามา ขนาดขาลงยังลำบากเล้ยยยย  อยากรู้ว่าลำบากยังไงต้องไปลองกันนะ แต่รับประกันว่าคุ้มค่ามาก ๆ #ลื่นปรื๊ดยิ่งกว่าสัญญาณ4Gบ้านเราอีก

 

หลังจากนั้นก็ได้เวลากลับกันแล้ว รู้สึกเหมือนถ่ายรูปยังไม่หนำใจเลย…

 

กลับมาถึงสถานีเคเบิ้ลคาร์ ไกด์ก็ให้เรานั่งพักด้านในให้หายเหนื่อย

 

พร้อมกับมีการแสดงเล็ก ๆ มาอวดเรา ด้วยการหยิบขวดน้ำที่แช่ไว้ในหิมะด้านนอกมาขวดนึง แล้วกระแทกแรง ๆ กับโต๊ะทีเดียว ปิ๊ง!!!… จากน้ำธรรมดา ก็กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งราวกับเอลซ่ามาสะบัดเวทย์มนต์ใส่…

เอ้า…ปรบมือสิคะ มัวรออะไร..!!

 

นั่งพักซักครู่ ก็ถึงเวลากลับ เพราะเดี๋ยวจะไปไม่ทันรอบรถแท็กซี่ บ๊ายบายละน๊าาาาา….ไกด์ออกมายืนส่งเราขึ้นเคเบิ้ลคาร์เรียบร้อย พร้อมโบกมือลาจนเราพ้นจากตัวอาคาร

 

ของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ จาก Ani Ski Resort น่ารักมั๊ย…?

 

วิวจากกระเช้า ยังสวยงามได้โล่อีกเหมือนเดิม นั่งดูวิวเพลินเลยเชียวล่ะ…

 

แอคชั่นสุดท้ายที่ Ani Ski Resort ลงมาถึง หิมะก็เริ่มโปรยปราย โชคดีมาก ๆ ที่ด้านบน เราไม่เจอหิมะตกเลย ไกด์บอกเราว่า เมื่อวานนี้พายุหิมะหนักมาก ลมแรงจนเค้าไม่สามารถเดินได้เลยทีเดียว

 

ที่ร้านค้าด้านล่างมีคุ๊กกี้รอยเท้าน้องหมาอคิตะขายด้วย น่ารักมาก

 

ลงมาหิว ๆ กินขนมรองท้องกันหน่อย โมจิชีส หนึบหนับ หอมกลิ่นชีส อร่อยมาก ๆ

 

รถตู้จอดรอเราอยู่แล้ว เข้าไปเช็คชื่อแล้วขึ้นรถกลับกันเถอะ

 

กลับมาถึงสถานีรถไฟ Aniai มาเดินเล่นรอขบวนรถไฟที่ชานชาลา หิมะกองสูงเหมือนกันนะ

 

ก่อนถึงเวลา มีรถไฟขบวนอื่นมาจอด คนบนรถดูคึกคักกันมาก เท่าที่เห็นเหมือนเป็นขบวนรถไฟแบบทัวร์ชมเมือง ในขบวน มีโต๊ะเตี้ย ๆ แบบนั่งกับพื้น ผู้คนต่างดูสนุกสนานเฮฮา ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากสุราเมรัย… ซักพักเค้าก็เปิดหน้าต่างมาพูดคุยทักทายกับคนที่ยืนอยู่ตรงชานชาลา หยอกเย้าไปมา ตามประสาคนเมา… ถึงขั้นแบ่งปันเครื่องดื่มโยนลงมาให้ตั้งหลายกระป๋อง เราเองก็ได้มาด้วยกระป๋องนึงแบบงง ๆ เป็นบรรยากาศที่สนุกสนานดี ท่ามกลางอากาศหนาว ๆ ยังมีมิตรภาพและรอยยิ้มจากคนแปลกหน้าให้เราได้ชื่นใจ…

เอ๊า… คัมปาย..!!

 

ถึงเวลาต้องอำลาเจ้าปีศาจหิมะแล้วสินะ…

 

การได้มาชม Snow Monster ครั้งนี้ ทำให้เราเข้าใจความรู้สึกที่ว่า “ปีศาจที่ทำให้คนหลงใหล” มันเป็นยังไง มันไม่ใช่แค่ต้นไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่มันคือประติมากรรมที่รังสรรค์จากธรรมชาติ นำพาเรามาให้เจอกับเรื่องราวดี ๆ ระหว่างทางมากมาย ที่ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมทั้งสายตา และหัวใจ ถึงแม้ว่าครั้งนี้เราจะมีเวลาแค่เพียงสั้น ๆ แต่ไม่เป็นไร ชั้นจะกลับมาใหม่ ด้วยความรู้สึกหลงใหลที่ยังคงอยู่ในใจเหมือนเดิม

รักนะ…อคิตะ

Leave a Reply