Magical Tohoku : ใบไม้เปลี่ยนสีที่ Oirase Stream & Lake Towada

โทโฮคุ (Tohoku) ถือเป็นภูมิภาคที่เราไปเยือนบ่อยที่สุด อาจเป็นเพราะความเงียบสงบ และผู้คนที่ไม่ค่อยพลุกพล่าน แต่สิ่งที่ทำให้เราตกหลุมรักมากที่สุดคือธรรมชาติอันสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่ใบไม้พากันเปลี่ยนสีสลับซับซ้อน ทำให้ภูมิภาคนี้มีเสน่ห์ และชายน์ที่สุด

ครั้งนี้ เราเลือกจังหวัดอาโอโมริ (Aomori) จังหวัดที่อยู่เหนือสุดของภูมิภาค โดยมีจุดหมายหลักอยู่ที่ลำธารโออิราเสะ (Oirase Stream) และทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) ซึ่งทั้งสองที่นี้ ถูกยกย่องให้เป็นสถานที่ ที่เหมาะแก่การมาชมใบไม้เปลี่ยนสีมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น… บอกเลยว่า งานนี้เราจะได้เจอใบไม้เปลี่ยนสีอย่างจุใจ จนแทบอ้วกออกมาเป็นใบเมเปิ้ลเลยทีเดียว…

JR East Pass (Tohoku Area)

สำหรับการเดินทางในภูมิภาคโทโฮคุ เราเลือกใช้ JR East Pass (Tohoku Area) พาสที่สามารถขึ้นรถไฟสาย JR ได้ไม่จำกัดรอบ เป็นระยะเวลา 5 วัน แบบไม่ติดต่อกัน มีช่วงเวลาการใช้บัตรภายใน 14 วัน นับจากวันที่แลกพาส สามารถใช้ได้ในแถบภูมิภาค Tohoku และ Kanto ที่สำคัญ สามารถใช้ขึ้นรถ JR Bus ไปโออิราเสะ และทะเลสาบโทวาดะ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ราคา 19,000 เยน

ช่วงเวลาเดินทาง : 29 ตุลาคม 2561

Oirase Stream

ลำธารโออิราเสะ (Oirase Stream) ตั้งอยู่ที่หุบเขาโออิราเสะ (Oirase Gorge) เมืองโทวาดะ (Towada) จังหวัดอาโอโมริ (Aomori) ลำธารแห่งนี้ เป็นเส้นทางระบายน้ำจากทะเลสาบโทวาดะ (Towada Lake) โดยมีความยาวกว่า 14 กิโลเมตร ตลอดสองข้างทางที่ลำธารนี้ไหลผ่าน เต็มไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในจังหวัดอาโอโมริ โดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่ต้นไม้ทุกต้นต่างพากันอวดสีสันอย่างสวยงาม สวยขนาดที่การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น มักจะนำภาพของลำธารโออิราเสะ ไปโปรโมทเรียกแขกอยู่บ่อย ๆ

ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสีโดยเฉลี่ย : กลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนตุลาคม

วิธีเดินทาง

สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ
– จากสถานี Hachinohe Station ใช้ทางออก West Exit แล้วไปขึ้นรถบัส JR Bus Tohoku ที่ชานชาลา H16 ไปลงที่ป้าย Yakeyama, Ishigedo หรือ Nenokuchi ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที
– จากสถานี Aomori Station ใช้ทางออก East Exit แล้วไปขึ้นรถบัส JR Bus Tohoku ที่ชานชาลา 11  ไปลงที่ป้าย Yakeyama, Ishigedo หรือ Nenokuchi ใช้เวลา 3 ชั่วโมง
*รถบัสทั้งสองเส้นทางสามารถใช้ JR Pass และ JR East Pass (Tohoku Area) ได้

รอบรถ JR Bus Tohoku ปี 2019

จาก Hachinohe Station ไป Oirase Stream
7.45 น. / 8.05 น. / 9.35 น. / 13.20 น.
จาก Oirase Stream (ป้าย Nenokuchi) ไป Hachinohe Station
9.23 น. / 12.23 น. / 14.28 น. / 15.33 น.

จาก Aomori Station ไป Oirase Stream
7.60 น. / 7.45 น. / 8.15 น. / 9.55 น. / 11.25 น. / 13.25 น.
จาก Oirase Stream (ป้าย Nenokuchi) ไป Aomori Station
8.33 น. / 10.33 น. / 13.28 น. / 14.18 น. / 15.13 น. / 16.13 น.

*เป็นรอบรถระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 10 พฤศจิกายน 2562

ข้อมูลจาก https://www.jrbustohoku.co.jp/route/detail.php?r=64&rc=11

ก่อนที่จะออกเดินทางกัน เรามาดูภาพรวมกันซักนิด ลำธารโออิราเสะ และทะเลสาบโทวาดะ ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาชิมันไต (Towada Hachimantai) โดยที่ลำธารโออิราเสะ ระยะทางจะเริ่มตั้งแต่ป้าย Yakeyama ไปจนถึงป้าย Nenokuchi ส่วนทะเลสาบโทวาดะ จะเริ่มเที่ยวได้ตั้งแต่ป้าย Nenokuchi จนสุดสายรถบัสที่ป้าย Jr Bus Towadako Station หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ทั้งสองที่นี้ตั้งอยู่ใกล้กัน ใช้รถบัสสายเดียวกัน และสามารถเที่ยวได้ภายในหนึ่งวัน

และเนื่องจากว่าเราพักที่เมือง Morioka เราจึงเลือกเดินทางจากสถานี Hachinohe Station ซึ่งสะดวกกว่า
เมื่อมาถึงสถานี hachinohe แล้ว เราก็ตรงไปยังทางออก West Exit แล้วไปที่ป้าย H16 เพื่อขึ้น JR Bus Tohoku รอบ 7.45 น. ทันที
ด้วยความรีบกลัวตกรถ ก็เลยลืมที่จะเก็บภาพทางออก และป้ายรถบัสมาฝากกัน แต่ให้สังเกตุง่าย ๆ ว่าป้าย H16 จะอยู่บริเวณริมถนนตรงข้ามกับสถานี Hachinohe หรือไม่ก็ดูจากจำนวนผู้คน ว่าเค้าวิ่งไปออกันอยู่ตรงไหนเยอะสุด ให้ตามเค้าไปตรงนั้นได้เลย

รถบัสจะใช้เวลาเดินทางกว่า 2 ชั่วโมง และจอดพักระหว่างทางให้ยืดเส้นยืดสาย หรือไปเข้าห้องน้ำหนึ่งครั้ง

เรามาลงที่ป้าย Ishigedo ซึ่งเป็นจุดบริการนักท่องเที่ยวที่คึกคักมากที่สุด รวมถึงเป็นจุดสตาร์ทการเดินชมลำธารโออิราเสะยอดนิยมอีกด้วย

เส้นทางเดินชมธรรมชาติของโออิราเสะนั้น จะมีระยะทางทั้งหมด 14 กิโลเมตร โดยเริ่มจากป้ายรถบัสต้นทาง Yakeyama ไปจนถึงป้าย Nenokuchi (หรือใครจะเริ่มต้นจากป้าย Nenokuchi ก็ได้ แล้วแต่สะดวก) แต่คนส่วนใหญ่จะนิยมเริ่มเดินจากป้าย Ishigedo ไปถึงป้าย Nenokuchi รวมระยะทาง 8.6 กิโลเมตรมากกว่า เพราะว่าจุดท่องเที่ยวสำคัญ ๆ จะอยู่ในช่วงนี้ซะเยอะ หรือจะใช้วิธีการเดินไป สลับกับการขึ้นรถบัสตามป้ายจอดต่าง ๆ ไปก็ได้เช่นกัน

พิกัดป้ายรถบัส
Yakeyama : https://goo.gl/maps/uiAXyzW1XmSaDzRW7
Ishigedo : https://goo.gl/maps/S3GiMnrdhLcB69B18
Nenokuchi : https://goo.gl/maps/9CuDo4sHGHew4dLZ8

Sightseeing Map : https://www.en-aomori.com/wp-content/themes/en-aomori/img/06_walktowada_en.pdf

สำหรับแผนการในวันนี้ของเราก็คือ เริ่มต้นเดินเท้าจาก Ishigedo ไปจนถึง Nenokuchi แล้วจึงนั่งรถบัสกลับสถานี Hachinohe เป็นระยะทางเดินกว่า 8.6 กิโลเมตร

เมื่อเข้าห้องน้ำห้องท่า จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาพร้อมออกเดินทางไปในสถานที่ในฝันกันซักที…

เริ่ม..!!

แค่เริ่มต้นเราก็แทบอยากจะลงไปนอนดิ้นเร่า ๆ ที่พื้นกลางทางเดินซะแล้ว….ดูภาพตรงหน้าสิ!!! มันสวยมากจริง ๆ สวยจนเราแทบจะหยุดถ่ายรูปในทุก ๆ 10 ก้าวที่เคลื่อนตัวไปกันเลยทีเดียว

เส้นทางเดินป่าที่นี่เดินง่ายมาก เพราะมีทางที่ทำไว้เป็นอย่างดี บางช่วงเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำ แต่บางช่วงก็ต้องมาเดินที่ถนนใช้พื้นที่ร่วมกับรถ

ตลอดลำธาร…เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้อันฉูดฉาด ทั้งสีเหลือง สีส้ม สีแดง ไล่สลับเฉดอ่อนเข้ม พร้อมทั้งมีเสียงจากสายน้ำไหลในลำธารเป็นตัวช่วยเสริมบรรยากาศให้เคลิบเคลิ้มและผ่อนคลายไปอีก เอิ่ม…..นี่หลุดเข้ามาเดินในภาพวาดของแวนโก๊ะ เคล้าคลอเสียงบรรเลงดนตรีของโมสาร์ทอยู่รึป่าวเนี่ย อ่าส์…ฟิน!!!

ด้วยความที่ใบไม้พร้อมใจกันเปลี่ยนสี มองไปทางไหนก็เหลืองอร่าม ยิ่งทำให้เรารู้สึกเชื่อว่าเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในอีกโลกหนึ่งยังไงยังงั้น….

ย่ำเท้าเดินมาจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำ ก็แอบตกใจ นี่เดินเหนื่อยมาแทบตาย เพิ่งผ่านไปได้ 1.2 กิโลเมตรเองเหรอเนี่ย… จิเป็นลม… สู่ขิตในวันที่ดือ…

สภาพอากาศในวันนี้มีเมฆเป็นส่วนมาก เลยทำให้บรรยากาศดูขมุกขมัว ส่งผลทำให้เรายิ่งรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้นไปด้วย แต่ก็ยังพอมีบางช่วงบางตอนที่แสงแดดพอจะทะลุลอดผ่านหมู่เมฆมาให้เราได้ดีใจ และกระปรี้กระเปร่าอยู่บ้าง

ก้มหน้าก้มตาเดินกันต่อจนเกือบจะเลยน้ำตก Sensuji no Taki ไปซะแล้ว น้ำตกนี้มีฉายาว่า “น้ำตกหนึ่งพันเส้น” เพราะลักษณะการไหลของน้ำที่ตกลงมาเป็นเส้นตรง มองเห็นและนับได้มากกว่าหนึ่งพันเส้น…

อ่ะจริงดิ..? นี่มองผ่าน ๆ นึกว่าน้ำแอร์หยด…

พิกัด : https://goo.gl/maps/wRWnmvmo3VU6Xtdr9

เชื่อว่าหลายคนที่เที่ยวโออิราเสะน่าจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ กัน คือจะตื่นเต้นกับการเดินช่วงแรก ๆ มากเป็นพิเศษ แต่พอเริ่มเดินไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะเกิดอาการชินตาจนเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่ารูปที่ถ่ายตอนนี้ แตกต่างกับรูปที่ถ่ายก่อนหน้าอย่างไร… ประกอบกับความเหนื่อยจากการเดิน ทำให้จิตใจเริ่มจะงอแง เรียกร้องให้ยอมแพ้แล้วปรี่ขึ้นไปนั่งบนรถบัสไปซะให้รู้แล้วรู้รอด…

ขณะที่กำลังถกเถียงกับตัวเองในใจว่าจะเดินต่อหรือพอแค่นี้ดี มารู้ตัวอีกที เราก็ลากสังขารจนมาถึงน้ำตก Kumoi no Taki จนได้ น้ำตกแห่งนี้ เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญลำดับต้น ๆ ของโออิราเสะเลยทีเดียว

พิกัด : https://goo.gl/maps/Dugs7VE85D915AuNA

ถ่ายรูปน้ำตกไปได้เพียงสองสามรูป ฝนก็เริ่มเทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย… เราเลยเอื้อมมือไปหยิบร่มในกระเป๋าอย่างใจเย็น แล้วก็ค้นพบว่า

…ร่ม…ไม่…มี…!!!

ทันใดนั้น ภาพนิมิตแห่งความโง่เขลาก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน ถึงจุดที่เราลืมร่มทิ้งไว้ อยากจะเขกกะโหลกตัวเองซักสิบที… แต่ปัญหาตอนนี้คือจะทำยังไงกับฝนที่กำลังตกลงมาดีกว่า… เอาไงกันต่อดี… ครั้นจะไปขออาศัยร่มคุณป้าที่เดินอยู่ข้างหน้าก็ใช่เรื่อง… หรือว่าจะยอมเดินตัวเปียกโชกไปเลย ก็ดูจะฮาร์ดคอร์ไปหน่อย… สุดท้าย เราเลยตัดสินใจวิ่งไปขึ้นรถบัสเพื่ออาศัยหลบฝนก่อน โชคดีที่เป็นจุดจอดรถบัสป้าย Kumoi Waterfalls พอดี

และนี่ถือว่าเป็นการอวสานโปรเจ็คการเดินเท้าเลียบลำธารโออิราเสะจาก Ishigeo ไป Nenokuchi ของเราอย่างเป็นทางการ…

นี่ไม่ได้หาข้ออ้างนะ แต่มันจำเป็นจริงจริ๊ง…

ในขณะที่นั่งรถบัสมาเรื่อย ๆ สังเกตุเห็นว่าฝนเริ่มเบาบางลงบ้างแล้ว เราเลยตัดสินใจลงที่ป้าย Grand Choshi Waterfalls เพื่อไปชมน้ำตก Choshi Otaki น้ำตกชื่อดังของที่นี่ ดูความบ้าคลั่งของน้ำที่ตกลงมาสิคะคู้ณณณ….

พิกัด : https://goo.gl/maps/DutRM9NgD9KUecZCA

ที่จุดชมน้ำตก Choshi Otaki นี้ผู้คนค่อนข้างหนาตา และมีจำนวนไม่น้อยเลยที่เป็นคนไทย เราได้ยินเสียงภาษาไทยลอยเข้าหูแบบรอบทิศทาง จนแอบนึกว่านี่เราแวะมาเที่ยวน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ที่จังหวัดสระบุรี

พอฝนหยุดตก แสงแดดก็ออกทันที ณ จุดนี้แฮปปี้มาก… เราเลยตัดสินใจเดินย้อนกลับไปทางเดิม เพราะเห็นว่าวิวระหว่างทางที่ผ่านมา มีจุดสวย ๆ ให้ชมอยู่เยอะเลยทีเดียว

ทุกอย่างดูสดใสขึ้น เมื่อกระทบกับแสงแดด จากใบไม้สีสันธรรมดา ก็กลายเป็นใบไม้สีแดงเพลิงขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

เดินมาเรื่อย ๆ จนถึงน้ำตก Kudan Waterfalls ที่อยู่ห่างจากน้ำตก Choshi Otaki ประมาณ 450 เมตร น้ำตกนี้ก็สวยดีเหมือนกันนะ อาจเป็นเพราะสีสันของใบไม้ที่อยู่รอบข้าง ที่มาช่วยแต่งแต้มเติมเต็มให้มันดูลงตัวมากขึ้น

จำได้ว่าอากาศตอนนั้นหนาวมาก แสงแดดที่สาดส่องมาเมื่อตะกี๊ ได้อันตรธานหายเข้าไปในกลีบเมฆเรียบร้อย แถมยังส่งละอองฝนเข้ามาแทนที่ บรรยากาศทำให้รู้สึกขนหัวลุกยังไงชอบกล อาจเป็นเพราะกลัวว่าฝนห่าใหญ่จะตกลงมาซ้ำอีกรอบ

พูดยังไม่ทันขาดคำ ฝนเม็ดใหญ่ก็เริ่มพรั่งพรูลงมามากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งแจ้นกลับไปที่ป้ายรถบัส แล้วขึ้นไปนั่งบนรถทันที… ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก เพราะไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ฝนก็เทลงมาโครมใหญ่ ราวกับฟ้ารั่วเลยทีเดียว…

ยอมรับเลยว่าโออิราเสะ มันดีต่อใจมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าเราจะเดินไม่ครบตามเส้นทางที่แพลนไว้ หรือแม้ว่าฟ้าฝนจะไม่เป็นใจกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปราณีคนไร้ร่มอย่างเรา แต่ก็ต้องยอมรับว่าใบไม้ที่นี่ สวยงามอลังกาลอย่างไม่น่าเชื่อ… นี่ขนาดว่ากลับมาถึงโรงแรม ก็ยังรู้สึกติดตาตรึงใจกับภาพสีเหลืองอร่ามตลอดเส้นทางที่ได้พบ จนถึงขั้นสลัดออกไปจากหัวไม่หลุดเลยทีเดียว…

แนะนำเลยว่า คนที่ชอบเดินป่าต้องมา คนที่ไม่ชอบเดินป่ายิ่งต้องมา สรุปแบบกำปั้นทุบดินไปเลยว่า “ต้องมาเท่านั้น” เพราะธรรมชาติของโออิราเสะ สวยงามเกินกว่าที่จะชื่นชมผ่านรูปถ่าย และคำบอกเล่าจริง ๆ

Lake Towada

หลังจากที่ขึ้นรถบัสหนีฝนจากโออิราเสะ เราก็เดินทางต่อมาที่ทะเลสาบโทวาดะ ซึ่งอยู่ห่างจากลำธารโออิราเสะเพียง 15 นาทีเท่านั้น

ทะเลสาบโทวาดะ (Towada Lake) ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาชิมันไต (Towada Hachimantai) คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดอาคิตะ (Akita) และจังหวัดอาโอโมริ (Aomori) เป็นทะเลสาบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ และยังเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะฮอนซูอีกด้วย

ช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสีโดยเฉลี่ย : กลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนตุลาคม

วิธีเดินทาง

สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ
– จากสถานี Hachinohe Station ใช้ทางออก West Exit แล้วขึ้นรถบัส JR Bus Tohoku ที่ชานชาลา H16 ไปลงที่ป้าย Nenokuchi เพื่อนั่งเรือชมทะเลสาบโทวาดะ หรือนั่งจนสุดสายไปลงที่ป้าย Lake Towada
– จากสถานี Aomori Station ใช้ทางออก East Exit แล้วไปขึ้นรถบัส JR Bus Tohoku ที่ชานชาลา 11 ไปลงที่ป้าย Nenokuchi เพื่อนั่งเรือชมทะเลสาบโทวาดะ หรือนั่งจนสุดสายไปลงที่ป้าย Lake Towada
*รถบัสทั้งสองเส้นทางสามารถใช้ JR Pass และ JR East Pass (Tohoku Area) ได้

รอบรถ JR Bus Tohoku ปี 2019

จาก Hachinohe Station ไป Lake Towada
7.15 น. / 8.05 น. / 9.35 น. / 13.20 น.
จาก Lake Towada (ป้าย Lake Towada) ไป Hachinohe Station
9.10 น. / 12.10 น. / 14.15 น. / 15.20 น.

จาก Aomori Station ไป Lake Towada
7.60 น. / 7.45 น. / 8.15 น. / 9.55 น. / 11.25 น. / 13.25 น.
จาก Lake Towada (ป้าย Lake Towada) ไป Aomori Station
8.20 น. / 10.20 น. / 13.15 น. / 14.05 น. / 15.00 น. / 16.00 น.

*เป็นรอบรถระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 10 พฤศจิกายน 2562

15 นาทีโดยประมาณจากน้ำตก Choshi Otaki เราก็เดินทางมาถึงทะเลสาบโทวาดะ โดยมาลงที่สถานีรถบัส JR Bus Tawadako Station

พิกัด : https://goo.gl/maps/67ySwV6q4YgPqfij9

JR Bus Towadako Station เป็นจุดจอดรถบัสป้ายสุดท้ายของ JR Bus Tohoku หากใครต้องการมาเที่ยวทะเลสาบโทวาดะ ก็นั่งมายาว ๆ จนสุดสายได้เลยจ้า…ไม่ต้องกลัวหลง

นอกจากจะเป็นสถานีรถบัสแล้ว ภายในยังเป็นร้านขายของที่ระลึก มีร้านอาหารอยู่บริเวณชั้นสอง แถมยังมีตู้เก็บสัมภาระแบบหยอดเหรียญ และมีบริการให้เช่าจักรยานอีกด้วย

พอออกมาจากสถานี สิ่งที่สัมผัสได้อย่างแรกคือ อากาศหนาวมาก… คว้าถุงมือมาใส่แทบไม่ทัน แถมยังเกิดอาการหลงทิศจากการที่ไม่ได้หาข้อมูลใด ๆ มาทั้งสิ้น อาศัยเดินตามคนหมู่มากไป จนมารู้ว่าเค้ากำลังเดินเลียบทะเลสาบเพื่อไปยัง Otome no zo รูปปั้นที่เป็นแลนด์มาร์คของทะเลสาบโทวาดะนี่เอง

พิกัด : https://goo.gl/maps/EaxmN8VbMmZzHiAY6

ระหว่างทางต้นไม้สีสันสวยงามมาก…มากจนแอบรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้มาพักที่นี่ซักคืน

สำหรับใครที่อยากจะนั่งเรือเฟอรี่เพื่อชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็มีให้บริการนะ มีด้วยกัน 2 เส้นทาง คือ

  • เส้นทางจากท่าเรือที่ Nenokuchi ไปลงที่ท่าเรือ Yasumiya (หน้าสถานี JR Bus Towadako Station)
  • เส้นทางจากท่าเรือ Yasumiya วนทะเลสาบแลัวกลับมาที่ท่าเรือ Yasumiya ดังเดิม

ทั้ง 2 เส้นทางมีอัตราค่าบริการอยู่ที่ 1,400 เยน/คน ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีต่อรอบ

Sightseeing Map :https://www.en-aomori.com/wp-content/themes/en-aomori/img/06_walktowada_en.pdf

อากาศหนาวปากสั่นขนาดนี้ ยังมีผู้กล้าซิ่งเรือท้าลมหนาวอย่างไม่สะทกสะท้าน… แถมยังยิ้มร่า กรี๊ดกันสนั่นลั่นทุ่งอีกต่างหาก… วู้ว… ยอมใจ…

เดินตามฝูงชนไปเรื่อย ๆ ก็เจอเข้ากับเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลสาบ ที่ละม้ายคล้ายกับเกาะในภาพการ์ตูนขายหัวเราะ บนเกาะมีศาลเจ้าตั้งอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเปิดให้เข้าไปกราบไหว้ขอพรได้รึป่าว

อากาศ ณ ขณะนั้น หนาวมาก หนาวจนหน้าชา หนำซ้ำยังมีฝนตกลงมาเบา ๆ เพิ่มความชุ่มฉ่ำ ยิ่งทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกเข้าไปอีก… แต่สีสันของใบไม้บริเวณริมทะเลสาบก็สวยมากพอที่จะทำให้เกิดความรู้สึกอยากถ่ายรูปจนลืมความหนาวไปได้บ้าง

เราเดินมาจนถึง Otome no Zo รูปปั้นที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองที่ทะเลสาบโทวาดะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติครบ 15 ปี โดยลักษณะจะเป็นรูปปั้นหญิงสาวสองคน หันหน้ามาประกบมือกัน ราวกับกำลังจะแท็กมือเปลี่ยนตัวขึ้นไปเล่นมวยปล้ำ WWE ยังไงยังงั้น

กรี๊ด… แดดออกแล้วจ้า… #ยิ้มร่า

มาให้ชื่นใจได้ไม่ถึงนาที แสงแดดจ้า ๆ ก็จากไป แถมยังทิ้งฝนลงมาซ้ำอีกระลอก #แรงมากแม่…

เดินมาจนสุดทาง ก็ไม่มีทางที่จะสามารถเดินต่อไปได้ สิ่งที่ทำได้ก็คือหันหัวกลับไปทางเดิม แต่ก่อนกลับก็ต้องเสียเวลาถ่ายรูปตรงนี้อยู่พักใหญ่เลย เพราะว่าตรงจุดนี้ใบไม้สีสันสวยมาก ทำมุมเป็นองศาไล่เรียงกันไปจนสุดสายตา

นอกจากรูปปั้นหญิงสาว Otome no Zo อันโด่งดังแล้ว บริเวณนี้ยังมีศาลเจ้าโทวาดะด้วย ซึ่งต้องเดินเข้าไปอีกหน่อย แต่ด้วยเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้เราต้องจำใจตัดออกไปอย่างน่าเสียดาย

ขากลับก็ยังเกิดอาการหลงทิศ อยู่ ๆ ก็มาโผล่ตรงลานจอดรถแถวไหนก็ไม่รู้ แต่จะว่าไป นี่เป็นลานจอดรถที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย

ใบไม้ไม่แดง ไม่มีแรงเดิน!!!

เดินฝ่าลมหนาวมาทั้งวันจนปากเขียว ก็ได้เวลากลับกันแล้ว เรากลับมาที่สถานี JR Bus Tawadako Station เพื่อเตรียมตัวขึ้นรถรอบสุดท้ายกลับไปสถานี Hachinohe Station

ถ้าวัดกันจากภาพถ่ายสวย ๆ ที่ได้ วันนี้ถือว่าเป็นการเที่ยวที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จพอสมควร แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ทุลักทุเลไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เราไปเที่ยวได้ถึงสองที่แบบไม่ได้ตั้งใจ… และทั้งสองที่นี้ ก็เป็นที่ที่สวยจริง ๆ แนะนำว่า ถ้ามาเที่ยวที่โออิราเสะแล้ว ควรจะบรรจุทะเลสาบโทวาดะไว้ในลิสต์ด้วย อย่าได้พลาดอันใดอันหนึ่งไปเชียว…

สรุปแล้ว ทั้งโออิราเสะ และทะเลสาบโทวาดะนั้น เป็นสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสถานที่ที่ทำให้เราอุทานว่า “สวยว่ะ” ได้ตลอดเส้นทาง และ เป็นสถานที่ที่ต่อให้มีกล้องดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถเก็บบันทึกความสวยงามได้ใกล้เคียงเศษเสี้ยวเดียวของความสวยงามที่เห็นได้จากสองตาที่อยู่ตรงหน้า

บอกเลยว่า…เป็นสถานที่ที่ควรมาเยือนให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิตจริง ๆ List!!!

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.